31/10/2007
>> เดินเที่ยวย่านซินชน ถนนสายแฟชั่น

เดินเที่ยวย่านซินชน ถนนสายแฟชั่น

          ซินชนเป็นย่านที่มีมหาวิทยาลัยใหญ่ ตั้งอยู่ถึงสามมหาวิทยาลัยด้วยกัน คือ มหาวิทยาลัยยอนเซ มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา และมหาวิทยาลัยโซกัง จึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าย่านซินชนนี้ จะเต็มไปด้วยวัยรุ่น และสีสรรมากมาย

          ถึงขนาดได้รับการขนานนามว่า เป็นถนนสายแฟชั่น  ของกรุงโซลเชียวล่ะคะ เพราะถนนเส้นนี้ มีร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเสริมสวย ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง และสินค้าแฟชั่นอื่นๆอีกเพียบ ยังรวมไปถึงโรงละครสำหรับการแสดงสด แจ๊ซซ์คาเฟ่ ร็อคคาเฟ่ และไนท์คลับอีกยาวตลอดสายถนน

           ไม่ว่าใครหลงเข้ามาเดินย่านนี้ ก็ต้องแอบคิดว่าตัวเองย้อนกลับมาเป็นนักศึกษาแน่นอนค่ะ งั้นอย่ารอช้า ก้าวท้าวตามมาดูกันเลยค่ะ

เดินทางมาที่นี่ง่าย ด้วยรถไฟใต้ดินค่ะ ถึงเลย

ป้ายข้างทางน่ารักๆ จากย่านซินชน

ตู้หยอดไข่ ฮิตมากเดินไปที่ไหนก็เจอ

อยู่ๆ ก็มาจอดรถให้เราถ่ายรูป ซะอย่างงั้น...

มุมนี้มานั่งพักเหนื่อยซะหน่อยก็ดี

อดใจไม่ไหว เห็นป้ายน้ำเงินแล้วอยากถ่ายรูปทันที

ร้าน burgerking ที่นี่สีสรรน่ารักมากๆ

บรรยากาศถนนใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา

แอ๊ะ!!! คุณป้าสองคนแอบมาเที่ยวย่านเด็กกะเค้าด้วยนะเนี่ย..

ไม่รู้เค้าเขียนว่าอะไร แต่ป้ายที่นี่น่ารักทุกป้าย ห้ามใจไม่ไหวต้องวิ่งมาขอถ่ายรูปด้วยซะหน่อย

บรรยากาศร้านค้าต่างๆ น่าเข้าทุกร้าน เสื้อผ้า แฟชั่นมากๆ

โซนเครื่องประดับเก๋ๆ ก็มีเพียบ ราคาไม่แพง

คาเฟ่ ที่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพไปด้วยในตัว แอบย่องลงมาดู ไม่ให้เจ้าของร้านรู้ตัว

กำแพงเก๋ๆ จากย่านวัยรุ่น...

เดินผ่านโบสถ์ สวยมากๆ

อันนี้เป็นสตอเบอร์รี่แบบเคลือบน้ำตาลไว้ข้างนอก ข้างในเป็นสตอเบอร์รี่สด อร่อยมากๆ ไม้ละ 1000 วอน

tags : เกาหลี   ประเทศเกาหลี   ท่องเที่ยว   โซล    
posted by เก๋กะเล็ก : 2007-10-31 22:01:03
29/10/2007
>> นั่งรถชมเมืองโซล ด้วยกันมั้ยคะ!!!

อยู่เกาหลีมา 14 วันแล้ว.....

 

     มาแล้ว!!!    ตามที่รับปากกันไว้ ว่าวันนี้เราจะพาขึ้นรถบัส เที่ยวชมเมือง ถนนหนทาง เมืองโซลกันให้ทั่วเมืองกันไปเลย พร้อมกันแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว ขึ้นรถเลย...เรากำลังจะออกเดินทางกันแล้วววววว......

 

นี่คือ ซิติ้ฮอล  ใจกลางเมือง โซล

 

ตามมุมตึก มีป้ายโฆษณาแบบจอเคลื่อนไหว แทบทุกตึก

 

รถเมล์ของเกาหลีล่ะ

 

ป้ายบอกทาง ใครจะไปทางไหนก็เลือกเอาได้เลย

 

ห้าง doota อยู่แถวย่าย ทงแดมุน เป็นย่านห้างสรรพสินค้าหลายห้าง

ทั้งแบรนด์เนมจะทั่วไป เดินกันได้ทั้งวันยังไม่ทั่วเลย

 

หน้าตาทางเข้าสถานนีรถไฟใต้ดิน ที่เกาหลี ธรรมด๊าธรรมดา ไม่ไฮโซเหมือนของบ้านเรา

 

ป้ายรถเมล์ สำหรับคนที่จะขึ้นรถเมล์ ชาวเกาหลีเค้าจะมีมรรยาทเรื่องนี้ เพราะต้องมาต่อแถวรอขึ้น ไม่ต้องเบียดแย่งกันขึ้นเหมือนบ้านเรา และเวลาขึ้นจะขึ้นที่ประตูด้านคนขับ ส่วนเวลาลงจะลงที่ประตูกลางเท่านั้น ห้ามขึ้นลงผิดทาง

 

ถนนเมียงดง ย่านช็อปปิ้งวัยรุ่นเพียบ ที่นี่เปิดขายของทั้งวัน จนถึงประมาณ สี่ทุ่ม

 

 

เกาหลี รถเยอะไม่แพ้บ้านเรา และเค้าก็ยังประสบปัญหารถติด

เหมือนกรุงเทพบ้านเราอีกด้วย

 

mister donut ที่นี่ฮิตมากๆ มีสาขาเยอะมาก ประมาณ 7eleven บ้านเรา

เช่นเดียวกับ Starbucks ที่เดินไปเจอทุก 5 นาที ทุกที่ ทุกทาง สงสัยคนเกาหลี จะติดกาแฟกันงอมแงม

 

แม็คโดนัล ที่นี่หากินได้ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เยอะเท่าบ้านเรานะ ต้องเป็นย่านวัยรุ่นหน่อยถึงจะเจอ แถมยังเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

 

Post Tower เป็นตึกที่ตั้งอยู่กลางสี่แยก ใกล้กับซิตี้ฮอล์ เป็นตึกที่รูปร่างตัว M 

 ตอนกลางคืนสวยมาก

 

ถนนย่านมหาวิทยาลัย Hongik วัยรุ่นมากมาย และคึกคักมาก ช่วงกลางคืน

 

ผู้คนมากมาย ยามค่ำคืน

 

 

       เป็นยังไงกันบ้าง เหนื่อยกันหรือยังจ๊ะ วันนี้พาทัวร์เกือบรอบเมืองแล้วนะ แต่ถ้ายังไม่หนำใจ พรุ่งนี้ (อีกแล้ว) มาใหม่ เราสองคนจะพาไปทัวร์ ย่าน  Ewha Women University และ Sinchon

 

        เค้าบอกว่าเป็นย่านที่ ถ่ายทำ ซีรีย์เกาหลี เยอะมาก จะมีอะไรเก๋ๆ ให้เราดูหรือป่าวน๊า...ไว้พรุงนี้กลับมาเจอกันใหม่นะจ๊ะ บ๊าย...บาย...

 

คำศัทพ์ง่ายๆ ที่ใช้ได้ทุกวัน

แทกุก ซารัม         ฉันเป็นคนไทย

โอดา                    มา

กาดา                   ไป

มีฮันฮาโย            ขอโทษ

tags : เกาหลี   ประเทศเกาหลี   เที่ยวเกาหลี   เดินทาง   ถนนหนทาง    
posted by เก๋กะเล็ก : 2007-10-29 10:59:55
28/10/2007
>> เก็บตก อาหารเกาหลี (อีกที...ให้น้ำลายสอกันไปเลย)

เก็บตก อาหารเกาหลี (อีกที...ให้น้ำลายสอกันไปเลย)

 

              อย่าหาว่าเราสองคนตะกละกันนะ...เพราะนอกจากเรื่องกินแล้ว ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ เพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่ประเทศเกาหลี อย่างแรกที่เรานึกถึง แน่นอนว่าต้องเป็นอาหาร(ก็คนมันหิวบ่อยนิ่หน่า)

 

             ก็แหม..อยู่ที่นี่ขอบอกว่า วันๆ ใช้พลังงานเยอะมาก เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ต้องใช้วิธีการเดินเท้าเข้ามาเป็นส่วนประกอบประมาณ 80 % ส่วนที่เหลือถึงจะได้ทุ่นแรกด้วยรถไฟใต้ดิน หรือรถเมล์

 

           มิน่าล่ะ คนเกาหลีถึงไม่ค่อยอ้วนกันเท่าไหร่ เพราะวันๆ เดินกันมาราธอนมากๆ และก็รวมถึงเราสองคน ยิ่งเดินมาก ยิ่งหิวมาก น่ะสิ๊..

 

          วันนี้เลยขอเก็บหน้าตา ข้าวปลาอาหาร ของที่นี่ ที่ใครๆ เค้าก็ต้องกินกันทุกวัน มาให้พี่น้อง น้ำลายสอ..กันไปข้างนึงเลย..

 

 

 

จานแรก ไม่ต้องบอกก็คงรู้กัน กิมจิ นั่นเอง อาหารหลักของชาวเกาหลี กินกันทุกมื้อ อันนี้เป็นกิมจิ

ที่ทำมาจาก ผักกาดขาวหมัก

 

 

 

 

กิมจิ หัวใชเท้า (กิมจิอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้หัวใชเท้าเป็นส่วนประกอบ)

 

 

 

ข้าวอบเม็ดถั่วแดง รสชาติเหมือนข้าวเหนียว

 

 

 

 

ซุปไก่ต้มโสม (Samhye-tang)  เป็นไก่ตุ๋นทั้งตัว ยัดไส้ด้วยข้าวเหนียว โสม พุทรา และกระเทียม อันนี้ถือเป็นอาหารสุขภาพ ที่ช่วยรักษารูปร่างและเป็นยาอายุวัฒนะ เนื่องจากมีส่วนผสมที่เป็นยาสมุนไพรเพื่อสุขภาพอยู่ เป็นอาหารที่นิยมมากๆในเกาหลี ก่อนกิน ต้องดื่มไวน์โสมก่อน 1 แก้ว(แก้วเล็กๆที่อยู่ด้านข้าง) และค่อยกินซุปตาม จะเข้ากันได้ดีมากค่ะ

 

 

 

โอเด้ง(คล้ายๆราเมนญี่ปุ่น) กับปลาหมึกน้อยตัวจิ๋ว น่ารัก ซะจนไม่กล้ากิน

 

 

 

ข้าวแกงกะหรี่ (แกงกะหรี่จรงๆ เพราะไม่มีอะไรเลย มีเนื้อหมูชิ้นเล็กๆอยู่ 2-3 ชิ้นกับหัวหอมใหญ่นิดหน่อย)

 

 

 

 

กับอาหารที่ไว้กินคู่กัน กับข้าวกระหรี่ หนีไม่พ้นกิมจิสารพัดแบบ...

 

 

 

ต้มโอเด้ง หน้าตาคล้ายๆ พะโล้บ้านเรา แต่อันนี้ไม่มีหมู จะเป็นแป้งทั้งหมด มีปลาหมึก กับปลาเป็นส่วนประกอบหลักๆ

 

 

 

กับผักสดไว้ทานคู่ กัน

 

 

 

 

จาจัง ปับ (เราแอบเรียกมันว่า ข้าวผัดน้ำมันเครื่อง ก็ดูดิ่ เหมือนเหลือเกิน) จะกินคู่กับข้าวผัดกับไข่ดาวรสชาติจะจืดๆ

 

 

 

 

Eomuk (ออมุก) ทำจากเนื้อปลา นำมาเสียบไม้ แล้วต้มในน้ำซุปที่ปรุงด้วยหัวไซเท้าและหอมหัวใหญ่

ราคาตกไม้ละ 1000 วอน หากินได้ตามถนนหนทางทั่วไป

 

 

 

 

Teokbokgi เป็นแป้งข้าวเจ้าต้ม แล้วทำเป็นเส้นยาวหนาๆ ตัดเป็นชิ้นๆพอดีคำ แล้วก็ปรุงรสกับซอสเปรี้ยวหวาน หน้าตาคล้ายกับมักกะโรนี บ้านเรา แต่แป้งจะเหนี่ยวๆ เป็นอีกอย่างที่นิยมมากที่นี่ หากินได้ง่ายมาก

 

 

 

ต็อกกุก หน้าตาคล้ายเกี้ยวน้ำบ้านเรา แต่จะมีส่วนผสมของแป้ง เป็นหลักมากกว่า มีเกี๊ยวที่มีเนื้อและผักห่อด้วยแป้ง และหอยนางรม โรยหน้าด้วยสาหร่าย...

 

 

 

 

ร้านอาหารแบบนี้ หาได้ทั่วไปตามท้องถนนเลย เหมือนกันหมดแทบทุกร้าน

 

 

 

ร้านขายเนื้อบดย่าง

 

 

 

ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ทำมาจาก เนื้อบด แล้วข้างในสอดใส้ด้วยแป้งเหนียวๆ ที่ใช้ทำ ต็อกป็อกกี ย่างให้สุก แล้วก็จิ้มน้ำจิ้ม แบบน้ำจิ้มลูกชิ้นปิ้งบ้านเรา อร่อยดีเหมือนกัน ราคาไม้ละ 1000 วอน

 

 

 

อาหารชุด อันนี้เป็นเซ็ทที่กินง่ายสุด เท่าที่กินมา เพราะเป็นอาหารพื้นๆ ก็จะมีหมูทอด ไก่ทอด

ปลาหมึกหวานแบบฉีก แล้วก็กิมจิ(อีกแล้ว)

 

 

อาหารชุดอีกเช่นกัน อันนี้เป็นหมู ที่ผัดคล้ายๆกับผัดพริกแกงบ้านเรา แต่ไม่เผ็ดเท่า จะออกรสหวานนำ

กินแกล้มกับกิมจิ เช่นเคย

 

 

 

สุดท้าย ต้มซุปเนื้อ มีวุ้นเส้นต้ม คนเกาหลีกินกับข้าวแล้วใส่กิมจิเยอะๆ เค้าบอกอร่อยมาก

 แต่เราไม่อร่อยกับเค้าด้วยน่ะสิ่ มีกับข้าวนิดเดียว...จะอิ่มได้ไง

 

 

Guide

       ที่เกาหลีนั้น เนื้อวัวจะมีราคาแพงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และเป็นที่นิยมมากที่สุด ดังนั้น เวลาที่มีการปรุงอาหารจากเนื้อวัว ชาวเกาหลี จะไม่มีการทิ้งส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อเลย และชาวเกาหลีก็มักจะรับประทานเนื้อวัวกันในวันสำคัญ วันหยุด และงานฉลองต่างๆ อีกด้วย ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อวัว ต้องเตรียมใจไว้นิด ถ้าจะเดินทางมาที่เกาหลี เนื่องจากอาหารส่วนมาก ทำมาจากเนื้อวัว แทบทั้งสิ้นค่ะ

 

 


        อิ่มกันหรือยัง !!!!!!  ถ้าอิ่มแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทางกันต่อได้เลย เพราะพรุ่งนี้เราจะพาไปนั่งรถเที่ยวชมถนนหนทาง เมืองโซลกัน จะน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน อย่างลืมมาดูกันเยอะๆ นะจ๊ะ...

 

 

แต่วันนี้ ขอตัวไปหาอะไรกินก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ท้องร้อง อย่างแรงแล้ว

 

อันนียองฮี เกเซโย  (สวัดดี ลาก่อน)

โตมันนาโย  (แล้วพบกันใหม่)

 



 

tags : อาหาร   เกาหลี   ประเทศเกาหลี  
posted by เก๋กะเล็ก : 2007-10-28 17:10:41
23/10/2007
>> ของอร่อยของดีในโซล

   omuto tomato

   ของอร่อยของดีในโซล  มีให้เลือกรับประทานกันมากมาย  แต่ต้องขอแนะนำร้านนี้  หากใครที่อยู่เกาหลีหลายวัน  จนอยากทานอาหารอย่างอื่นบ้าง ขอบอกว่าร้านนี้     ใช้ได้เลย

          พอดีวันที่น้องๆนางแบบต้องไปเดิน  fashion show  กันที่  city hall   (city  hall  คือย่านใจกลางเมืองที่สามารถนั่งรถไฟใต้ดินได้หลายเส้นทาง )   เราสองคนพร้อมน้องเอ๋ล่ามคนเก่งคนเดียวที่พูดเกาหลีได้กำลังเดินไปหาน้องๆที่ซ้อมกันอยู่  บังเอิญเดินผ่าน  เห็นเมนูอาหารที่อยู่หน้าร้านทานน่าทาน  บวกกับความหิวที่ทุกคนหิ้วท้องมา  เกินครึ่งค่อนวัน จึงตกลงใจเข้าไปในร้านกัน            

         อาหารที่นี้เป็นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชั่น  ฟู้ด พูดแล้วอาจนึกไม่ออก  มาดูรูปกันเลยดีกว่า.................

                     จานนี้ขอบอกว่าอร่อยมาก  เป็นข้าวผัดห่อไข่   พร้อมด้วยกุ้งทอดร้านซอสซิลลี่อราคา 12000 วอน  มีรสเผ็ดให้หายคิดถึงอาหารไทย  หลายคนคงคิดว่าแพงแต่ขอบอกจานใหญ่มากๆ 

                                     ส่วนจานนี้  ข้าวผัดห่อไข่  ไก่ ราดซอสบาร์บีคิว  ราคา  8900  วอน

    

เอ้  ล่ามคนเก่งของเรา  กับสปาเก็ตตี้   แหมจะเป็นสปาเกตตี้  ยังทานคู่กับกิมจิ  ผักดองกันเลย

          อยากบอกเพื่อนๆว่าถ้ามีโอกาสมาโซล  และผ่านแถวcity hall  ก้ออย่าลืมแวะชิมกัน    สุดท้ายอยากบอกว่าคิดถึงอาหารไทยที่สุด  อย่างอาหารที่ใครๆว่าสิ้นคิด   ได้สักจานตอนนี้ก้อคงดี

tags : เกาหลี   เก๋กะเล็ก    
posted by เก๋กะเล็ก : 2007-10-23 18:49:13
22/10/2007
>> และแล้วก้อได้ไป เมียงดง

                                                               และแล้วก้อได้ไป เมียงดง 

          ในที่สุดก้อมีเวลาเขียนบล็อกสักที           ต้องขอบอกว่างานเยอะมากไม่มีเวลาเขียนบล็อกเลยกลับดึกตื่นเช้าทุกวัน  หน้าโทรมสุดๆ  

          เข้าเรื่องเลยแล้วกัน  พอดีวันก่อนน้องๆซ้อมเสร็จเร็วเลยมีโอกาสไปหาซื้อของ (ขนาดเร็วยัง ทุ่มกว่าเลยกว่าจะถึงโรงแรม)  เพราะขอบอกว่าหนาวมากๆ  ประมาณ 4 องศา เสื้อกันหนาวที่เอามา  เอาไม่อยู่เลย     จึงตัดสินใจไปหาซื้อเสื้อกัน    น้องๆนางแบบบอกว่า  ต้องเมียงดงเลยพี่  ของเยอะ   และไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก   คนส่วนใหญ่ที่นี้ก้อนิยมเดินกัน  เดินกันเก่งมาก เราเลยเดินกันไปเรื่อยๆ  พอถึงเมียงดงแล้วก้อไม่ผิดหวังจริงๆ  ของเยอะมาก   มีทุกอย่าง   ไม่จะเป็นกระเป๋า ราคาส่วนใหญ่อยู่ที่ 1000 วอน     เสื้อผ้าเริ่มต้นที่  4900  วอน      และที่เห็นแล้วอาจจะห้ามใจกันไม่อยู่ก็น่าจะรองเท้านี้เลย  มีทั้งแบรนด์และไม่แบรนด์ แต่แบบนี่เก๋ๆ  ทั้งนั้น  แต่รองเท้าที่นี้ราคาสูงนิดหน่อย

          เดินกันมาสักพักเก๋ก้อได้เสื้อกันหนาวก่อนเลย เสื้อกันหนาวที่นี้น่ารักมากๆ  มีราคาหลากหลายมาก     แล้วเราก้อเข้าไปดูเสื้ออีกหลายร้าน  แต่ก้อยังไม่ได้เสื้อสักที  เริ่มกลุ้ม  เพราะถ้าไม่ได้เสื้อนี้  แย่แน่  เพราะหนาวมากทีไร  ปวดฟันทุกทีเลย       แต่เหมือนยังพอมีโชคอยู่  ถูกใจเสื้อตัวนึง   เลยถามว่าเท่าไร  แม่ค้าบอกว่า  29000  วอน  ไอ้เรารู้สึกว่าแพงจัง    กำลังจะเดินไปดูที่อื่นต่อ  แม่ค้า  ก้อบอกว่า  25000   เอาไหม  เก๋เลยต่อเหลือ  23000  แม่ค้าก้อยอม  เลยได้เสื้อกันหนาวสักที  ปกติที่นี้ซื้อของจะต่อไม่ค่อยได้

555  ได้เสื้อกันหนาวแล้ว   มีความสุขมากๆ

แม่ค้าที่ใจดีของเรา

งง!  หล่ะสิ  ว่ามันคืออะไร  มัน คือ   มันฝรั่งทอด

ส่วนนี้ก้อปลาหมึก  ปลาหมึกที่นี้ตัวใหญ่มาก  มีหลายแบบด้วย

          เดินไปเดินมาเราก้อมาสดุดตากับร้านนึง  สีชมพู   ร้านนั้นก้อคือ  ETUDE   พวกเราเลยเข้าไปดูกัน  ของที่นี้ราคาถูกกว่าบ้านเรามาก      และที่สำคัญพนักงานพูดไทยได้ด้วย  เล่นเอา  อึ้ง  เลย  ไม่ใช่แค่พูดว่า  สวัสดีค่ะ  ขอบคุณ  แต่พูดบอกราคา   เป็นภาษาไทย     เลยรู้สึกว่าเรานี่แย่จังมาประเทศเค้าแท้ๆ  ยัง  พูดได้ไม่กี่คำเอง

มุมให้ถ่ายรูปน่ารักๆในร้าน

          ขณะกำลังกลับโรงแรม   เราก้อเจอกับน้องๆนางแบบ  เลยเดินกลับพร้อมกัน   ขนาดเดินกลับน้องๆยังซ้อมเดินแบบเลย    ตอนรอข้ามถนนพวกเราทุกคนรู้สึกหนาวมาก   แต่แล้วก้อเห็นผู้ชายเกาหลีคนนึงใส่แค่เสื้อเชิ้ต  กางเกงขายาวธรรมดาๆ  พวกเราเล่ยโค้ทกันทุกคน      มิลค์กี้   บอกว่า  เค้าคงนึกว่าเป็นไรกันมากรึป่าวพวกเรา    ก้อ  คงจริง เพราะคนเกาหลีเค้ายังดูสบายกับอากาศอย่างนี้  ดูไม่หนาวเหมือนพวกเรา     นี่ก้อพากันไม่สบายกันใหญ่

          แล้วถ้ามีโอกาสได้ไปไหนอีกจะมาเล่าให้ฟังกัน อีก

tags : korea   เมียงดง   เก๋กะเล็ก  
posted by เก๋กะเล็ก : 2007-10-22 09:07:59
/2